วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การให้ความรู้ไอทีสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ SME

จากประสบการณ์ของผมเองในการบรรยายด้านไอทีและอีคอมเมิรซ์ ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการทั่วไป ในระดับ SME มีหลายอย่างที่เป็นประสบการณ์อยากจะเล่าสู่ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆครูและวิทยากรด้วยกันเอง เพราะผมอยากให้ผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยีไอทีและอีคอมเมิรซ์ สามารถเข้าถึงกลุ่ม SME ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขนะเดียวกันผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ก็จะได้รับประโยชน์จากการบรรยายของท่านอย่างแท้จริง มิใช่แค่เพียงมาฟังแต่ก็ไม่ได้อะไรกลับไป มิใช่เพราะว่าอาจารย์ไม่เก่งด้านวิชาการ หรืออ่อนประสบการณ์ แต่เป็นเพราะความไม่คุ้นชินกับการนำเสนอให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นนักธุรกิจกลุ่มใหญ่ของประเทศ เป็นกลจักรสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งควรที่จะมีความรู้ในด้านเทคโนโลยีไอทีและอีคอมเมิรซ์กว้างขวางมากขึ้นกว่านี้

ช่องว่างระหว่างคนไอทีกับคนปกติ....หากจะว่ากันไปแล้วคนไอทีอย่างผมและเพื่อนวิทยากรอีกหลายท่าน คงจะต้องยอมรับว่า การอธิบายเรื่องทางเทคนิคด้วยภาษาของคนปกติทั่วไป เป็นเรื่องที่ยากเอาการอยู่มิใช่น้อย ผู้สอนจะต้องรู้จักสังเกตุปฏิกริยาของผู้เรียนว่าเป็นเช่นไร และจะต้องใช้เทคนิคในการประเมินสถานการณ์ระดับความสามารถในการรับรู้ของผู้เรียนในกลุ่มนี้ แล้วจึงปรับแต่งการใช้ภาษาในการนำเสนอ ให้สอดคล้องกัน นอกจากนี้การใช้ศัพท์เทคนิคอย่างฟุ่มเฟือย ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้เรียนเกิดความสับสน ยังเป็นการบั่นทอนความมั่นใจของผู้เรียน ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องของไอทีเพื่อใช้ในการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง และในที่สุด ผู้เรียนก็จะปฏิเสธการเรียนรู้ไอทีไปโดยปริยาย เท่ากับว่าชั้นเรียนในวันนี้ ท่านเป็นผู้สอบตกซะเอง

แบ่งเรื่องที่จะพูดให้เป็นตอนสั้นๆ.... "ไม่จำเป็นที่จะต้องสอนทุกอย่างในคราวเดียว" นั่นคือปรัชญาในการสอนไอทีให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ SME เพราะถึงจะหวังดีเพียงไรก็ตาม ถ้าผู้เรียนรับไม่ไหว ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้นเมื่อจะต้องสอนไอทีให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ต้องแบ่งเรื่องที่จะสอนให้เล็กลง เพื่อจะได้มีเวลาในการอธิบายได้นานขึ้น และยังเป็นการวางแผนการสอนที่ดี เพราะถ้าเตรียมข้อมูลการสอนไว้มากเกินไป อาจจะสอนไม่จบในเวลาที่กำหนด ซึ่งนอกจะไม่ได้ความรู้ตามเป้าหมายแล้ว ยังทำให้ผู้เรียนเสียความรู้สึกที่สละเวลามาเรียนอีกด้วย

เตรียมเครื่องมือให้พร้อมก่อนเริ่มสอน.... ผมเคยมีประสบการตรงกับตัวเอง ในเรื่องของความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์การเรียนการสอน เนื่องจากการสอนในครั้งนั้นเป็นหัวข้อเกี่ยวกับ การตลาดอีคอมเมิรซ์ ซึ่งผมวางแผนว่าจะใช้การออนไลน์จริงในการเรียนการสอน ก่อนที่จะสอนก็ได้ทำการตรวจสอบแล้วว่าภายในห้องเรียนสามารถต่อเชื่อมอินเทอร์เน็ตได้ แต่ก็มิได้ไปตรวจสอบการใช้งานในช่วงก่อนเวลาสอน ไปถึงก็ขึ้นสอนเลย ด้วยความมั่นใจว่าองค์กรที่จ้างผมไปสอน น่าจะได้จัดเตรียมสถานที่ได้เป็นอย่างดีไม่มีปัญหา ผมจึงเอาเนื้อหาการสอนส่วนใหญ่เก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต คิดว่าจะสร้างความสนใจโดยการดึงข้อมูลการสอนทั้งหมดจากอินเทอร์เน็ต ผลปรากฏว่าในวันนั้นอินเทอร์เน็ตก็เชื่อมต่อได้ แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือความเร็วต่ำมากๆ แค่เพียงดูเว็บก็ต้องรอเป็นนาที เพราะในองค์กรมีผู้ใช้หลายคน จึงทำให้การดาวน์โหลดไฟล์นำเสนอมัลติมีเดียของผมพิการไปเลย ประกอบกับความมั่นใจก่อนมาสอน ไม่ได้ทำการเตรียมสำรองข้อมูลไว้ในเครื่อง การสอนในวันนั้นก็ต้องบอกว่า...กร่อยสนิท!! แต่หลังจากวันนั้น ผมก็ยังเห็นมีวิทยากรอีกหลายท่านตกม้าตายเหมือนผม ก็แอบยิ้มอยู่ในใจเล็กๆ แต่ถ้าจะให้ดีอย่าให้เกิดขึ้นเลยจะดีกว่าครับ

2 ความคิดเห็น: